ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด ทีละขั้น ไม่ต้องกลัวเริ่มผิด

ก่อนเข้าบ้าน ตรวจความปลอดภัยก่อนเสมอ
พอน้ำลดคนอยากรีบกลับไปเก็บกวาดทันที แต่ขั้นแรกคือดูว่าบ้านปลอดภัยพอจะเข้าไหม ดูโครงสร้างรอบบ้าน ผนังหรือพื้นที่แตกร้าวผิดปกติ หลังคาหรือฝ้าเพดานที่ห้อยต่ำ ถ้ากังวล ให้คนที่มีความรู้เรื่องอาคารมาช่วยดูก่อน
ใส่รองเท้าบูทหนาหรือรองเท้าที่ปิดมิดชิด สวมถุงมือยาง ผ้าปิดจมูก และเสื้อผ้าแขนยาวขายาว เพราะพื้นบ้านอาจมีเศษแก้ว ตะปู หรือของมีคมจมอยู่ใต้โคลน อย่าเดินเท้าเปล่า และระวังสัตว์ที่หนีน้ำมาซ่อนในบ้าน เช่น งู ใช้ไม้เคาะก่อนเปิดตู้หรือยกของ
เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ก่อนเข้าไปอยู่นาน ๆ เพื่อไล่ความอับชื้นและกลิ่นออก
ไฟฟ้า ต้องปลอดภัยก่อนแตะอะไรทั้งนั้น
ข้อนี้อันตรายที่สุด อย่าเปิดเบรกเกอร์หรือเสียบปลั๊กทันทีที่น้ำลด ถ้าเบรกเกอร์ยังอยู่ในห้องที่เปียก หรือพื้นยังมีน้ำ อย่าเดินเข้าไปแตะ ให้ติดต่อช่างไฟฟ้าหรือการไฟฟ้าในพื้นที่ให้มาตรวจระบบก่อนจ่ายไฟ
เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดที่เคยจมน้ำ ทั้งตู้เย็น เครื่องซักผ้า ทีวี พัดลม และปลั๊กพ่วง ห้ามเสียบใช้เอง แม้ภายนอกดูแห้งแล้ว ต้องให้ช่างตรวจ เพราะน้ำและโคลนที่ค้างข้างในอาจทำให้ไฟช็อตหรือไฟรั่วได้
ระหว่างรอช่าง ให้ใช้ไฟฉายหรือโคมไฟแบตเตอรี่ อย่าจุดเทียนใกล้ของที่ติดไฟง่าย และอย่าใช้เครื่องปั่นไฟในห้องปิด เพราะควันไอเสียอันตราย ถ้ามีกลิ่นไหม้หรือเห็นประกายไฟ ให้ออกห่างและเรียกผู้เชี่ยวชาญ
ตักโคลนและขนของออก ทำทีละห้อง
เริ่มจากห้องที่ใช้ชีวิตจริงก่อน เช่น ห้องนอนและห้องน้ำ แล้วค่อยไปห้องอื่น วิธีที่เร็วที่สุดคือตักโคลนหนา ๆ ออกก่อนด้วยพลั่ว ไม้กวาด และที่โกยผง แล้วใส่ถังหรือถุงหนา อย่าเพิ่งฉีดน้ำใส่ เพราะโคลนจะไหลลงท่อจนอุดตัน
โคลนที่ตักออกมา ให้ขนไปกองในจุดที่เหมาะสม หรือตามที่ชุมชนกำหนด อย่าทิ้งลงท่อระบายน้ำ ถ้ามีเก้าอี้หรือเฟอร์นิเจอร์ที่เปียก ให้ยกออกมาตากนอกบ้านเพื่อเปิดพื้นที่ทำงาน
ทำเป็นรอบ ๆ ไม่ต้องรีบให้เสร็จวันเดียว ทำสักสองสามชั่วโมงแล้วพัก ดื่มน้ำ ล้างมือด้วยสบู่ก่อนกินอะไรเสมอ ถ้าเหนื่อยหรือวิงเวียน ให้หยุดทันที
ล้างและเปิดให้แห้ง ขั้นที่ช่วยกันกลิ่นอับ
เมื่อโคลนหนาออกแล้ว จึงล้างพื้นและผนังด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาดพื้นผิวทั่วไป ถูด้วยแปรงหรือไม้ถู ล้างออกให้หมด แล้วถูซ้ำด้วยผ้าหมาด ๆ ผนังที่เปื้อนให้เช็ดจากบนลงล่าง ล้างพื้นห้องน้ำและครัวให้สะอาดเป็นพิเศษ เพราะเป็นที่ที่ใช้งานบ่อย
หลังล้างแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือทำให้บ้านแห้ง เปิดประตูหน้าต่างทุกบานให้ลมผ่าน เปิดพัดลมเป่า ถ้ามีเครื่องลดความชื้นหรือเครื่องปรับอากาศโหมดดูดความชื้นก็ใช้ได้ แต่ต้องให้ช่างตรวจไฟก่อนเสมอ ความชื้นที่ค้างนานคือต้นเหตุของกลิ่นอับและราที่จะตามมาในไม่กี่วัน
อย่ารีบปูพรม วางที่นอน หรือเก็บของเข้าตู้ จนกว่าพื้นและผนังจะแห้งจริง เอาฝ่ามือแตะพื้นดู ถ้ายังเย็นและชื้น ให้รออีก
ของที่ควรทิ้ง และของที่ล้างแล้วใช้ต่อได้
ของที่ซับน้ำแล้วทำความสะอาดยาก เช่น ที่นอน โซฟาผ้า พรม ตุ๊กตา กล่องกระดาษ และของที่ขึ้นราเป็นจุดดำแล้ว มักไม่คุ้มที่จะเก็บ โดยเฉพาะถ้าเปียกมานาน ให้ทิ้งตามวิธีของชุมชน
ส่วนของแข็ง เช่น จาน ชาม หม้อ ของเล่นพลาสติก เก้าอี้ ล้างด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาล้างจานแล้วผึ่งให้แห้ง ก็ใช้ต่อได้ ส่วนอาหารที่โดนน้ำท่วม อาหารกระป๋องที่บุบ ขวดที่ไม่มีฝาปิด ควรทิ้งทั้งหมด อย่าเสียดาย
ถ่ายรูปของเสียหายไว้ก่อนทิ้ง เผื่อใช้ประกอบการขอความช่วยเหลือหรือเรื่องประกันภัย
หลังทำความสะอาดเสร็จ จัดกลิ่นให้บ้านน่าอยู่
เมื่อบ้านแห้งและสะอาดดีแล้ว กลิ่นอับอาจยังเหลือเล็กน้อยตามผ้าม่าน โซฟา หรือมุมห้อง ขั้นนี้เป็นเรื่องความสบายจมูก ไม่ใช่เรื่องความสะอาด ต้องทำความสะอาดและทำให้แห้งก่อนเสมอ
Hetras สเปรย์ปรับอากาศ Room Spray ขนาด 300 มล. ที่ Pimmycool เป็นสเปรย์ปรับอากาศที่ฉีดเพิ่มกลิ่นในห้องหรือฉีดผ้าได้ ใช้หลังทำความสะอาดเสร็จและบ้านแห้งแล้ว ฉีดห่างจากผ้าตามที่ฉลากบอก และทดสอบบนมุมเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็นก่อนฉีดผ้าที่แพ้สีง่าย อย่าฉีดใส่หน้าคนหรือสัตว์เลี้ยง และเปิดหน้าต่างระหว่างใช้
จำไว้ว่าสเปรย์ปรับอากาศไม่ได้แทนการล้างและตากให้แห้ง ถ้ายังได้กลิ่นอับแรงจากจุดใดจุดหนึ่ง ให้หาต้นตอ แล้วล้างหรือทิ้งสิ่งนั้น
ถ้าระหว่างทำความสะอาดมีอาการแสบตา ไอ ผื่นขึ้น หรือไม่สบาย ให้หยุดพัก และปรึกษาแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น

