สต็อกของใช้สิ้นเปลืองในบ้าน ไม่ให้ขาดไม่ให้เกิน

ทิชชู่ม้วนสุดท้ายหมดตอนสี่ทุ่ม หรือสบู่เหลือแค่หยดสุดท้ายก่อนอาบน้ำ เป็นเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่ทำให้ต้องวิ่งออกไปซื้อ ในทางกลับกัน บางบ้านซื้อตุนจนตู้ล้น ของหมดอายุก่อนใช้ หรือหาไม่เจอเลยซื้อซ้ำ ระบบสต็อกง่าย ๆ ช่วยได้ทั้งสองทาง โดยไม่ต้องใช้แอปหรือตารางซับซ้อน
เริ่มจากรู้ก่อนว่าใช้เท่าไร
การสต็อกที่ดีไม่ได้เริ่มจากซื้อเยอะ แต่เริ่มจากรู้อัตราใช้จริงของบ้านเรา วิธีง่ายที่สุดคือจดวันที่เปิดของชิ้นใหม่ลงบนตัวสินค้าด้วยปากกามาร์กเกอร์ พอหมดก็ดูว่าใช้กี่วัน ทำสองสามรอบก็เห็นรอบการใช้ของแต่ละอย่าง เช่นทิชชู่ห้องน้ำหนึ่งม้วนอยู่กี่วัน สบู่เหลวหนึ่งขวดอยู่กี่สัปดาห์
แบ่งของเป็นสามกลุ่ม
1. ของที่ขาดไม่ได้เลย เช่นทิชชู่ชำระ ยาสีฟัน สบู่ ผงซักฟอก ถุงขยะ ควรมีสำรองอย่างน้อยหนึ่งรอบการใช้ 2. ของที่ขาดแล้วทนได้ เช่นน้ำยาเช็ดกระจก น้ำยาปรับกลิ่น ไม่ต้องสำรองมาก มีหนึ่งชิ้นพอ 3. ของที่ใช้ตามฤดูกาลหรือโอกาส เช่นของใช้ช่วงฝนตกหรือหน้าหนาว ซื้อก่อนฤดูแต่ไม่ต้องกอง
กฎสองขวด
กฎนี้ใช้ได้กับของแทบทุกอย่าง ให้มีสองชิ้นเสมอ ชิ้นที่กำลังใช้กับชิ้นสำรองหนึ่งชิ้น พอเปิดชิ้นสำรองมาใช้ ให้จดลงรายการซื้อทันที ไม่ต้องรอให้หมดทั้งสองชิ้น วิธีนี้ทำให้ไม่มีจังหวะที่ของหมดพร้อมกับร้านปิด
สำหรับของที่ใช้เร็วและกินที่ เช่นทิชชู่ม้วนใหญ่แบบยกลัง ให้คิดจากจำนวนม้วนที่ใช้ต่อเดือน แล้วซื้อให้พอสองถึงสามเดือน ไม่ต้องมากกว่านี้ ถ้าบ้านเล็กมากหรือไม่มีที่เก็บก็ลดเหลือหนึ่งเดือน
ที่เก็บและการเรียง
ตัวอย่างบ้านที่ทำแล้วเวิร์กคือบ้านที่มีกล่องสำรองกล่องเดียวต่อหนึ่งหมวด พอกล่องว่างก็เห็นทันทีว่าถึงเวลาซื้อ ไม่ต้องจำ ไม่ต้องเปิดตู้ทุกบาน และหากพื้นที่น้อย ให้ใช้ชั้นแขวนหลังประตูห้องน้ำหรือใต้อ่างล้างจานเป็นที่เก็บสำรองได้
ของที่ซื้อใหม่ให้ใส่ด้านหลัง ของเก่าอยู่ด้านหน้า หยิบของเก่ามาใช้ก่อนเสมอ เรียกว่าเข้าก่อนออกก่อน กระดาษควรเก็บที่แห้ง ยกพื้นจากพื้นสักหน่อย ห่างจากห้องน้ำที่ชื้น ถุงพลาสติกที่ห่อไว้กันฝุ่นและความชื้นได้ดี ส่วนของเหลวอย่างน้ำยาและสบู่ให้เก็บในที่ไม่โดนแดดตรงและไม่ร้อนจัด
ติดป้ายชื่อหมวดหมู่ที่ชั้นเก็บ เช่น ห้องน้ำ ครัว ซักผ้า ทำให้ทุกคนในบ้านหาและเติมของคืนที่เดิมได้ ปัญหาซื้อซ้ำมักเกิดเพราะไม่รู้ว่าของอยู่ตรงไหน
ทบทวนรายเดือน
ข้อควรระวังคือการลดราคาหรือโปรโมชันชวนให้ซื้อเกิน ถามตัวเองก่อนว่าบ้านใช้ของนี้หมดภายในกี่เดือน ถ้าเกินที่เก็บได้หรือเกินระยะที่ของคงสภาพ ก็ไม่ควรซื้อ
ตั้งวันหนึ่งในเดือน เช่นวันเงินเดือนออก เดินดูทุกชั้นแล้วจดของที่เหลือน้อย ถ่ายรูปชั้นเก็บเก็บไว้ในมือถือ เวลาไปซื้อของจะได้ไม่ต้องเดา ตรวจวันหมดอายุของของที่มี เช่นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวหรือผ้า แล้วยกของใกล้หมดอายุมาไว้ด้านหน้า
อย่าลืมสังเกตของที่บ้านใช้ไม่หมดเลย แปลว่าซื้อผิดชนิดหรือมากเกิน ครั้งหน้าก็ซื้อน้อยลง
ของที่ใช้ในบทความนี้
ตัวอย่างของที่นับเป็นกลุ่มขาดไม่ได้และเหมาะกับการซื้อยกลังคือ Moon กระดาษชำระม้วนใหญ่ ยกลัง เยื่อกระดาษไทย กระดาษทิชชู่ JRT 2 ชั้น 300 เมตร 12 ม้วน มีขายที่ร้าน Pimmycool ลองคำนวณจากจำนวนม้วนที่ใช้ต่อเดือนของบ้านคุณ แล้วดูว่าหนึ่งลังพอกี่เดือน ก่อนตัดสินใจ

![Moon กระดาษชำระม้วนใหญ่ [ยกลัง] เยื่อกระดาษไทย กระดาษทิชชู่ JRT 2ชั้น 300เมตร [12 ม้วน]](https://cf.shopee.co.th/file/sg-11134201-8258n-mftugxc9ant6db@resize_w400_nl.webp)