ส้นเท้าแตกหน้าหนาว ดูแลที่บ้านยังไงให้กลับมานุ่ม

ส้นเท้าแตกในหน้าหนาว เกิดขึ้นได้ยังไง
ส้นเท้าเป็นจุดที่ผิวหนาที่สุดแต่ก็แห้งง่ายที่สุดเหมือนกัน เพราะมีต่อมน้ำมันน้อย ต้องรับน้ำหนักตัวตลอดวัน และมักโดนลมโดนอากาศแห้งตรง ๆ พอเข้าหน้าหนาวความชื้นในอากาศต่ำลง ผิวส้นเท้าที่หนาแข็งอยู่แล้วก็เริ่มแห้ง ขาดความยืดหยุ่น เวลาเดินลงน้ำหนักผิวจึงปริแตกเป็นเส้นหรือเป็นร่อง
ที่เจอบ่อยคือคนที่ใส่รองเท้าแตะหรือรองเท้าส้นเปิดเกือบทั้งวัน เดินเท้าเปล่าบนพื้นกระเบื้องในบ้าน หรือยืนทำงานนาน ๆ เท้าสัมผัสลมเย็นและแรงกดอยู่ตลอด ถ้าปล่อยไว้ไม่ดูแล รอยแตกจะลึกขึ้นและเจ็บเวลาเดิน แต่ถ้าเริ่มดูแลตั้งแต่ผิวแค่หยาบกร้านก็ช่วยได้เยอะ
ขั้นตอนดูแลที่บ้านทีละขั้น
ลองทำตามลำดับนี้ สัปดาห์ละ 2 ถึง 3 ครั้ง ส่วนขั้นสุดท้ายทำได้ทุกคืน
- แช่เท้าในน้ำอุ่นพอสบาย ไม่ร้อนจัด ประมาณ 10 ถึง 15 นาที ให้ผิวนุ่มขึ้น ไม่ต้องใส่อะไรเพิ่มก็ได้ - เช็ดเท้าให้แห้งเบา ๆ โดยเฉพาะซอกนิ้ว ความอับชื้นระหว่างนิ้วไม่ดีกับผิว - ขัดผิวส่วนที่หนาและแข็งด้วยหินขัดเท้าหรือตะไบอ่อน ๆ ขัดเบามือไปในทิศทางเดียว ไม่ต้องขัดจนผิวแดง - ทาครีมบำรุงส้นเท้าทันทีขณะผิวยังนุ่มอยู่ โดยเฉพาะตรงส้นและขอบเท้า - ก่อนนอนให้ใส่ถุงเท้าผ้าฝ้ายบาง ๆ ทับ จะช่วยให้ครีมอยู่กับผิวนานขึ้นและไม่เลอะผ้าปูที่นอน
สิ่งที่ไม่ควรทำคือ ลอกหรือดึงหนังที่กำลังแตกด้วยมือ ตัดด้วยกรรไกรหรือมีดโกน เพราะอาจเป็นแผลและติดเชื้อได้ง่าย รวมถึงไม่ควรแช่น้ำร้อนนานหรือขัดแรง ๆ หวังให้หายเร็ว ผิวจะแห้งกว่าเดิม
เลือกครีมทาส้นเท้ายังไง
ครีมสำหรับส้นเท้ามักมีเนื้อหนักกว่าโลชั่นทั่วไป เพราะต้องเกาะผิวหนา ๆ ได้ดีและอยู่ได้นานระหว่างที่เราเดิน ให้ดูที่เนื้อสัมผัสเป็นหลัก ถ้าเนื้อหนาเกินไปจนรู้สึกอึดอัดก็ทาเป็นชั้นบาง ๆ แล้วใส่ถุงเท้าทับ ถ้าเนื้อบางไปก็เพิ่มรอบทาในหนึ่งวัน
วิธีทาที่ช่วยให้ได้ผลคือ ทาเฉพาะส้นเท้าและบริเวณที่แห้ง ไม่ต้องทาซอกนิ้ว ใช้ปริมาณประมาณเม็ดถั่วต่อเท้าหนึ่งข้าง ลูบนวดวนเบา ๆ ให้ซึมเข้า ถ้าตอนกลางวันต้องใส่รองเท้าปิดก็ทาบาง ๆ ได้ แต่ตอนกลางคืนเป็นเวลาที่ได้ผลดีที่สุดเพราะผิวได้อยู่นิ่งนานหลายชั่วโมง
ดูแลเท้าให้ดีตลอดหน้าหนาว
นอกจากทาครีมแล้ว การปรับนิสัยเล็ก ๆ ก็ช่วยให้ส้นเท้าไม่แตกซ้ำ
- ใส่ถุงเท้าและรองเท้าที่หุ้มส้น ลดการเปิดผิวให้โดนลมโดยตรง - เลือกรองเท้าที่พอดี ไม่คับและไม่หลวมจนส้นเสียดสี - อาบน้ำอุ่นพอสบาย ไม่ใช้น้ำร้อนจัดกับเท้า - ทาครีมหลังอาบน้ำทุกครั้ง เพราะผิวยังมีความชื้น - ดื่มน้ำให้พอ เพราะผิวทุกส่วนต้องการน้ำจากภายในด้วย
บางคนทาครีมเฉพาะตอนที่ส้นแตกแล้วเลิกไปเมื่อดีขึ้น แล้วกลับมาแตกอีก ลองทำให้เป็นกิจวัตรสัปดาห์ละหลายครั้งตลอดหน้าหนาว จะช่วยให้ผิวไม่กลับไปแห้งเหมือนเดิมง่าย ๆ
แบบไหนควรไปพบแพทย์
การดูแลที่บ้านเหมาะกับส้นเท้าแห้งหยาบหรือแตกตื้น ๆ เท่านั้น ให้ไปพบแพทย์หรือแพทย์ผิวหนังเมื่อ
- รอยแตกลึก มีเลือดซึม หรือเจ็บมากเวลาเดิน - มีรอยแดง บวม ร้อน มีหนองหรือน้ำเหลือง หรือมีกลิ่นผิดปกติ - มีไข้ร่วมด้วย - ดูแลมาเป็นสัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง - เป็นเบาหวานหรือมีปัญหาเรื่องการไหลเวียนเลือดที่เท้า ซึ่งแผลเล็ก ๆ ที่เท้าอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ ควรตรวจเท้าบ่อย และพบแพทย์ทันทีเมื่อเห็นรอยแตกหรือแผล
อย่าซื้อยาหรือขูดตัดหนังเองเมื่อเจอรอยแตกลึกหรือผิวผิดปกติ ให้ผู้เชี่ยวชาญดูให้ก่อน
ครีมทาส้นเท้าขนาดพกพา
สำหรับคนที่อยากมีครีมสำหรับส้นเท้าไว้ใช้ประจำ Pimmycool มีครีมทาส้นเท้า ฮีลสปา Heel Spa Foot Cream ขนาด 20 g ให้เลือก หลอดเล็กพกง่าย เก็บไว้ในลิ้นชักข้างเตียงหรือกระเป๋าได้ สะดวกสำหรับทาหลังอาบน้ำหรือก่อนใส่ถุงเท้านอน เหมาะกับคนที่อยากเริ่มดูแลส้นเท้าแบบไม่ต้องซื้อขวดใหญ่
ไม่ว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหน สิ่งที่ทำให้ส้นเท้านุ่มขึ้นจริงคือความสม่ำเสมอและการทาตอนผิวยังนุ่มหลังแช่เท้า

